เสนาดีเวลลอปเม้นท์ย้ำจุดยืนเคียงข้างและพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกช่วงอายุ พร้อมพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ช่วยให้ทุกคนสามารถปรับตัวกับการลดคาร์บอนได้ง่ายขึ้น เพื่อช่วยลดปัญหาโรคร้อน ล่าสุดจับมือ Zeroboard บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติญี่ปุ่น เก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจต่างๆ เตรียมเดินหน้าสู่แผนการจัดการคาร์บอนองค์กร และการชดเชยคาร์บอนอย่างเต็มระบบ เพื่อก้าวไปสู่องค์กร Net Zero เป็นบริษัทแรกในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาฯ
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันภาวะโลกร้อน มีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางยูเอ็นได้ออกมาบอกว่าโลกกำลังเข้าสู่ภาวะโลกเดือด โดยล่าสุดข้อมูลโดย TDRI ระบุว่า เราจะต้องอยู่กับ 4 ยมทูตแห่งยุคโลกร้อน ประกอบด้วย น้ำท่วมใหญ่ ไฟป่าแรง แห้งแล้งจัด วิบัติคลื่นร้อน โดยมนุษย์จะตั้งปรับตัวใหญ่ใน 2 แนวทางควบคู่กันไป คือการปรับลดคาร์บอนเพื่อลดโลกร้อน (Mitigation) และปรับตัวอยู่กับโลกที่ร้อนขึ้น (Adaptation)
“ปัญหาโลกร้อนทำให้คนเราต้องปรับตัว ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การสร้างบ้าน ที่พักอาศัยต่างๆ ก็ต้องปรับตัวตามไปด้วยเช่นกัน โดยที่เสนา การพัฒนาฟังก์ชันของบ้าน จะคำนึงถึงการช่วยให้คนปรับตัวกับการใช้ชีวิตในสถานการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุน Decarbonized Lifestyle หรือการใช้ชีวิตแบบ Low Carbon ไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะเรื่องประหยัดพลังงาน ที่ปัจจุบันเป็นสาเหตุของการสร้างคาร์บอนเกือบ 50% พิสูจน์ได้จากการที่เราเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ เจ้าแรกที่ติดโซล่าเซลล์ให้บ้านทุกหลังตั้งแต่เริ่ม รวมถึงต่อยอดการพัฒนาแนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ และคอนโด Low-Carbon” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว
ผศ.ดร.เกษรา กล่าวต่อว่า โครงการแนวราบของ เสนา มีแนวคิดบ้านพลังงานเป็น 0 หรือ ZEH คอนเซ็ปต์หลักคือการออกแบบ Passive และ Active Design ที่ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน ใช้วัสดุประหยัดพลังงานและการใช้วัสดุก่อสร้างที่ช่วยกันความร้อนรวมถึงการใช้พลังงานสะอาดจากโซล่าเซลล์ ช่วยให้เราซื้อไฟฟ้ามาใช้น้อยที่สุด ประหยัดไฟได้สูงสุดถึง 38% ขณะที่ คอนโด Low-Carbon ได้ประยุกต์แนวคิด Smart City เข้ามาใช้ โดยใช้วัสดุกันความร้อนและประหยัดไฟ รวมถึงมีการติดตั้งโซลาเซลล์ และยังมี EV Station และ Smart Mobility แอปข้อมูลการเดินทางแบบไร้รอยต่อที่มีบริการ V MOVE หรือรถรับส่งพลังงานสะอาด ที่จะรับลูกบ้านจากโครงการไปส่งยังสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดเข้ามาบริการด้วย ซึ่งบริการเหล่านี้เราสามารถวัดค่าการสร้างคาร์บอนได้ ทั้งนี้ นอกจากคอนโด Low-Carbon จะเป็นคอนโดที่ประหยัดพลังงานแล้ว การส่งเสริม Decarbonize Lifestyle ให้ลูกบ้านลดใช้รถส่วนตัว และมาใช้บริการ V MOVE เพื่อต่อรถสาธารณะกันมากขึ้น ก็ยังถือว่าเป็นการช่วยลดการสร้างคาร์บอนได้อีกทาง แต่การวัดค่าการสร้างหรือการลดคาร์บอน ก็จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ จึงเป็นที่มาของความร่วมมือครั้งสำคัญในวันนี้กับ Zeroboard
“Zeroboard เป็นบริษัทสตาร์ทอัพจากประเทศญี่ปุ่นที่ใช้คลาวด์เทคโนโลยีในการคำนวณและการแสดงผลลัพธ์ของการสร้างคาร์บอนสามารถใช้ได้กับทั้งองค์กร หรือผลิตภัณฑ์ ผ่านการทดลองใช้ในระดับเมืองใหญ่ๆ ในประเทศญี่ปุ่น โดยภาครัฐของญี่ปุ่น มีความน่าเชื่อถือและยังง่ายต่อการใช้งาน โดยเสนาฯ จะนำระบบนี้เข้ามาใช้กับตัวองค์กรและในโครงการ เพื่อเก็บข้อมูลคาร์บอนที่เกิดขึ้น หรือการลดลงของคาร์บอนจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของลูกบ้าน ซึ่งความร่วมมือกับ Zeroboard ครั้งนี้ เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของเป้าหมายต่อไปด้านความยั่งยืนของเรา คือ The road to NET ZERO และเราตั้งเป้าเป็นบริษัทอสังหาฯ เจ้าแรก ที่ประกาศเป็น Net Zero”ผศ.ดร.เกษรา กล่าว
ด้าน Mr.Shintaro Suzuki, Director & Head of APAC Regional Business, Zeroboard (Thailand) Co., Ltd. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “Zeroboard” เพิ่มว่า Zeroboard เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการคำนวณและแสดงผลลัพธ์ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนวัดผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Product Carbon Footprint: PCF) ผ่านระบบคลาวด์ พร้อมทั้งมีทีมผู้เชี่ยวชาญในการนำเสนอวิธีการในการลดก๊าซเรือนกระจกที่คำนึงถึงความเหมาะสมกับลูกค้า ธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรม
ฟังก์ชันหลักในการทำงานของ Zeroboard ที่ช่วยในการลดคาร์บอน ได้แก่ การคำนวณค่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ค่า Emission Factor จากองค์กรระดับประเทศและชุดข้อมูลจากมาตรฐานสากล, แสดงผลลัพธ์ที่หน้าแดชบอร์ด เพื่อการวิเคราะห์ผล และส่งข้อมูลออกเป็นเอกสารรายงานทั้งในรูปแบบสรุปผลและรายงานตามมาตรฐานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รวมถึงแนะนำให้พันธมิตรจัดหาวิธีแก้ปัญหาในการลดคาร์บอนต่อไป โดยจุดเด่นของ Zeroboard คือความสามารถในการคำนวณอย่างละเอียด แม่นยำ และการแสดงผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งรองรับทั้งหมด 6 ภาษา รวมถึงภาษาไทย
“การลงนามความร่วมมือกันในฐานะพันธมิตรระหว่าง SENA และ Zeroboard ในวันนี้ ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความเชี่ยวชาญในการให้บริการคลาวด์สำหรับคำนวณและแสดงผลลัพธ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของ Zeroboard ทาง SENA จะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนากลยุทธ์เพื่อลดการปล่อยก๊าซฯ ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มลูกค้าและช่วยประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนในระดับสากลได้อีกด้วย” Mr.Shintaro กล่าว





