เอพี ไทยแลนด์ ชี้ตลาดอสังหาฯ ปี 69 ท้าทายรอบด้าน ประกาศยุทธศาสตร์ระยะยาว CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING สร้างความแข็งแกร่งอย่างเป็นระบบ ผ่านความเข้าใจเชิงลึกในทุกมิติ ควบคู่กับวินัยในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ กางแผนเตรียมเปิด 42 โครงการใหม่ มูลค่า 55,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 49,000 ล้านบาท รับรู้รายได้ 49,000 ล้านบาท อัดงบซื้อที่ดิน 15,000 ล้านบาท
นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความท้าทาย ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทแข็งตัว กำแพงภาษี ความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อ และเศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าที่คาดการณ์ ลูกค้าความไม่มั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยและไม่มีกำลังซื้อ ซึ่งในมุมมองของเอพีมีแม้ตลาดจะมีความท้าทายแต่ก็ยังมีโอกาส ทั้งจากการลงทุนภาครัฐในการขยายเส้นทางคมนาคม อัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มลดลง ประกอบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในธุรกิจที่จะส่งผลกระทบเชื่อมโยงกับอีกหลายธุรกิจ ทำให้รัฐให้ความสำคัญในการช่วยกระตุ้นตลาดเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่ดีขึ้น และผู้เล่นรายใหญ่ที่มีความพร้อมทั้งฐานะทางการเงินและบุคลากร จะเป็นผู้เล่นที่จะแข็งแกร่ง สามารถอยู่รอดและไปต่อได้
สำหรับ เอพี ไทยแลนด์ นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แข็งแกร่ง โดยในปี 2569 บรัทยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “EMPOWER LIVING หรือชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้” และเพื่อขับเคลื่อนอลค์กรให้แข็งแกร่ง และเติบโตในระยะยาว เอพี ไทยแลนด์ จึงกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING – Leading with Empathy, Growing with Discipline’ โดยหัวใจของยุทธศาสตร์นี้คือ การให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งอย่างเป็นระบบ ผ่านการทำความเข้าใจเชิงลึกในทุกมิติ (Empathy) ควบคู่กับวินัยในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ (Discipline) โดยมี AP CODE เป็นแนวคิดหลักในการสร้างมาตรฐานการทํางานที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเป็นหลักการและมาตรฐานของสินค้า บริการ และกระบวนการทำงานของทุกฟังก์ชันหลัก เพื่อสร้าง Living Quality และส่งมอบชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ให้กับลูกค้าในทุกโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม
“AP CODE ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมาตรฐานด้านการออกแบบและการก่อสร้างเท่านั้น แต่เป็นระบบมาตรฐานการทำงานแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทุกมิติขององค์กร ซึ่งเริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกช่วงเวลา และเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ยาวนาน ประกอบกับการต่อยอดองค์ความรู้ภายในและการถ่ายทอดแนวคิดรอบด้านจากพันธมิตรญี่ปุ่น โดย AP CODE ถือเป็นแนวคิดหลักขององค์กร ที่ขับเคลื่อนให้พนักงานเอพีทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานใด ให้ยึดถือปฏิบัติภายใต้แนวทางและข้อกำหนดที่ชัดเจน” นายรัชต์ชยุตม์ กล่าวเสริม
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ได้รับการถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 5 เสาหลัก ได้แก่
>>>เสาหลักที่ 1 Code of Empathy – มาตรฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนจากความเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง
กรอบมาตรฐานในการพัฒนาสินค้าและบริการที่เริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ โดยมี Empathy เป็นคีย์สำคัญในการเข้าใจและค้นหา Unspoken Needs ที่ลงลึกไปทุกกระบวนการ ตั้งแต่การเลือกสรรที่ดิน วิธีคิดในการออกแบบ การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง ไปจนถึงการบริการหลังการขาย ทุกกระบวนการดำเนินไปภายใต้หลักการเดียวกัน คือ การเข้าใจชีวิตจริง อย่างเช่น มาตรฐานในการออกแบบสินค้า กับแนวคิด In-Depth Multi-Persona Customization ซึ่งเป็น Process การพัฒนาโครงการที่มาจากการวิเคราะห์บทบาทชีวิตที่หลากหลายของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งเอพี ไทยแลนด์ยังคงทิศทางการบริหารพอร์ตสินค้าด้วยการกระจายให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม รวมทั้งสิ้น 18 แบรนด์ ด้วยแพ็กเกจราคาขาย 2–120 ล้านบาท สะท้อนความเป็นแบรนด์อสังหาฯ ที่มีหลายระดับราคา และตอบโจทย์ทั้งกลุ่มเริ่มต้นไปจนถึงระดับบน ควบคู่ไปกับการออกแบบเฉพาะกลุ่มด้วยแบบบ้านที่พร้อมขายกว่า 600 ดีไซน์ กระจายอยู่ในกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ และ 42 โครงการใหม่ที่มีแผนจะเปิดในปีนี้ก็จะได้รับการพัฒนาภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
>>>เสาหลักที่ 2 Code of Financial Discipline – มาตรฐานวินัยทางการเงิน สร้างเสถียรภาพที่มั่นคง
วินัยทางการเงินถือเป็นออกซิเจนหล่อเลี้ยงธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยที่ผ่านมาได้รักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 0.64 เพื่อให้บริษัทมีทั้งสภาพคล่อง ความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน ตลอดจนความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ยังคงสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ทำให้เอพีเหนือกว่าในจังหวะที่ตลาดมีความผันผวน โดยเสถียรภาพทางการเงินของเอพีสะท้อนผ่าน 4 ปัจจัยสำคัญ
- Bank Available Credit วงเงินสินเชื่อพร้อมเบิกใช้จากสถาบันการเงิน รวมกว่า 18,880 ล้านบาท
- Joint Venture Investment เงินลงทุนจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ Mitsubishi Estate ผ่านทุน จดทะเบียนบริษัทลูกกว่า 12,619 ล้านบาท
- Cash Inflow กระแสเงินสดจากการขายและโอนอสังหาริมทรัพย์ที่กระจายอยู่ในกว่า 200 โครงการ ครอบคลุมทุกเซกเมนต์
- Capital Market Confidence ความเชื่อมั่นจากตลาดทุน สะท้อนผ่านการเสนอขายหุ้นกู้ที่ได้รับการตอบรับเกินเป้า (Oversubscription) พร้อมอันดับเครดิตองค์กรระดับ A แนวโน้ม Stable ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากทริสเรทติ้ง
>>>เสาหลักที่ 3 Code of Global Partnership – มาตรฐานความร่วมมือระดับสากล ยกระดับคุณภาพทุกมิติ
มาตรฐานในการทำงานที่ทำให้เอพีเชื่อมโยงมาตรฐานสากลเข้ากับบริบทตลาดไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับมิตซูบิชิ เอสเตท พันธมิตรญี่ปุ่น โดยหัวใจสำคัญของเสาหลักนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการร่วมลงทุนเท่านั้น แต่อยู่ที่การถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับองค์กร ทั้ง ระบบการคิด วินัยในการทำงานแบบญี่ปุ่น ทั้งด้านคุณภาพการก่อสร้าง การบริหารโครงการ การพัฒนาชุมชน และแนวคิดด้านความยั่งยืน
ในปีนี้บริษัทฯ ยังคงสานต่อความร่วมมือในการพัฒนาคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้จะมีโครงการร่วมทุนที่พัฒนาร่วมกันทั้งสิ้น 32 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 140,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าการร่วมทุนที่สูงสุดในอุตสาหกรรม
>>>เสาหลักที่ 4 Code of Organization Capability – มาตรฐานศักยภาพองค์กร ต่อยอดความได้เปรียบในระยะยาว
กรอบมาตรฐานที่ยกระดับความสามารถขององค์กรทั้งระบบ (Capability Multiplier) ตั้งแต่โครงสร้างการบริหาร การพัฒนาคน การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงข้อมูล เพื่อให้ทุกส่วนขององค์กรทำงานอย่างเชื่อมโยงและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรทั้งระบบ ผ่านการใช้ Data, AI และ Technology เพื่อให้เอพีพร้อมที่สุด ขยับตัวได้เร็วที่สุด ภายใต้ความถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด
>>>เสาหลักที่ 5 Code of Sustainable Impact – มาตรฐานความยั่งยืน ส่งมอบคุณภาพชีวิตให้ผู้คน สังคม และโลก
กรอบการทำงานที่บูรณาการแนวคิดด้าน ESG เข้าไว้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงพลังงานและสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้างคุณภาพ ภายใต้บทบาทของ Strategic Sustainability Partners การบริหารจัดการของเสียจากการก่อสร้าง ไปจนถึงการสร้างพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ ภายใต้เป้าหมายสูงสุดในการสร้างความยั่งยืนในคุณภาพชีวิตของผู้คน สังคม และโลก เช่น
โครงการ ‘หย่อมป่า’ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) Waste Management ที่ช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กับการออกแบบ ‘Eco Waste Station’ ที่เริ่มตั้งแต่วิธีคิดในการวาง Masterplan ไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะของลูกบ้านในโครงการ และในปีนี้กับโครงการใหม่ที่ร่วมมือกับ Q-CON โครงการ ‘Never Waste Again’ ในการนำเศษวัสดุก่อสร้าง กลับเข้าสู่กระบวนการ ผลิตเป็นวัสดุใหม่
ทั้ง 5 เสาหลักทำหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ‘CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING – Leading with Empathy, Growing with Discipline’ ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตเชิงปริมาณ แต่เป็นการต่อยอดความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างให้สมบูรณ์รอบด้านยิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบ “ชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้” ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
นายรัชต์ชยุตม์ กล่าวต่อไปอีกว่า ธุรกิจหลักของเอพี ไทยแลนด์ ยังคงเป็นธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยปี 2569 บริษัทเดินหน้าขยายพอร์ตโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียมในเครือทั่วประเทศไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 200 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการพัฒนาใหม่ 42 โครงการ มูลค่าประมาณ 55,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม แบ่งเป็น โครงการบ้านเดี่ยว 11 โครงการ มูลค่า 14,400 ล้านบาท ทาวน์โฮมและบ้านแฝด 16 โครงการ มูลค่า 17,000 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 7 โครงการ มูลค่า 15,600 ล้านบาท พร้อมรุกตลาดต่างจังหวัดแบบก้าวกระโดด เพิ่มเม็ดเงินการลงทุนสานต่อกลยุทธ์ Location in Location กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย โดยมีแผนเปิดโครงการในต่างจังหวัด 8 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท ขณะที่ตั้งเป้ายอดขายที่ 49,000 ล้านบาท และเป้ารายได้รวม 100% JV ที่ 49,000 ล้านบาท พร้อมงบประมาณในการซื้อที่ดินมูลค่า 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปี 2568 เอพี ไทยแลนด์ มียอดขายสุทธิ 46,865 ล้านบาท มีรายได้รวมจากสินค้ากลุ่มแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100% JV) และธุรกิจอื่นๆ 45,994 ล้านบาท กำไรสุทธิเท่ากับ 4,316 ล้านบาท และมีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.64 เท่า ซึ่งเป็นไปตามนโยบายในการบริหารจัดการสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนในระดับที่ไม่เกิน 1 เท่า โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินค้ารอรับรู้รายได้มูลค่า 35,936 ล้านบาท แบ่งเป็นสินค้าแนวราบมูลค่า 15,862 ล้านบาท และสินค้าคอนโดมิเนียม มูลค่า 20,074 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2572
#APThai #ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้ #APLivingQuality #APThaiบริษัทอสังหาอันดับ1 #APCode



