BAM จับมือกรมวิชาการเกษตร เปิดโอกาสให้บุคลากรเข้าถึงบ้าน ผ่านโครงการทรัพย์สวัสดิการ “บ้านเพื่อ(น)คนทำงาน” ในเงื่อนไขพิเศษพร้อมดูแลหนี้ ด้วยแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรม เปลี่ยนสวัสดิการให้เป็นความมั่นคง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมกับนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU เพื่อสนับสนุนสวัสดิการและส่งเสริมความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้แก่บุคลากรของกรมวิชาการเกษตร พร้อมเปิดโอกาสในการเข้าถึงทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการปรับโครงสร้างหนี้แก่บุคลากรที่มีหนี้ด้อยคุณภาพ หรือ NPL ที่อยู่ในความดูแลของ BAM    

             

ความร่วมมือครั้งนี้ดำเนินการผ่านโครงการทรัพย์สวัสดิการ “บ้านเพื่อ(น)คนทำงาน” ซึ่ง BAM จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยให้แก่บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยนำเสนอทรัพย์ NPA คุณภาพหลากหลายประเภททั่วประเทศ อาทิ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า ภายใต้เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสให้บุคลากรสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับความต้องการและกำลังซื้อของตนเอง                 

นอกจากการสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัยแล้ว BAM ยังพร้อมดูแลบุคลากรของกรมวิชาการเกษตรที่มี NPL อยู่ในความดูแลของ BAM โดยเปิดโอกาสให้เข้ามาเจรจาประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ ภายใต้แนวทางที่ยืดหยุ่น ผ่อนปรน และเป็นธรรม เพื่อร่วมกันค้นหาทางออกของหนี้ที่สอดคล้องกับความสามารถในการชำระของแต่ละราย และช่วยให้สามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง                 

“ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ BAM ที่ต้องการนำความเชี่ยวชาญด้านการบริหาร NPA NPL มาสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม เพราะบ้านไม่ได้เป็นเพียงทรัพย์สิน แต่คือรากฐานของความมั่นคงและคุณภาพชีวิต การเปิดโอกาสให้คนทำงานสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยในเงื่อนไขที่เหมาะสม จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ BAM ต้องการช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตในระยะยาว อีกทั้ง ยังช่วยให้คนที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้ได้มีทางออกและมีโอกาสกลับมาเริ่มต้นใหม่ เพราะเมื่อคนทำงานมีบ้านที่มั่นคง มีสถานะทางการเงินที่ดีขึ้น และมองเห็นอนาคตของตนเองได้ชัดเจนขึ้น นั่นคือคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างแท้จริงฉะนั้น ความร่วมมือระหว่าง BAM และกรมวิชาการเกษตรในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการมอบสิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการ แต่เป็นการนำศักยภาพของทั้งสององค์กรมาเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างโอกาสให้กลายเป็น “ความมั่นคง และช่วยให้บุคลากรสามารถก้าวต่อไปในชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน” ดร.รักษ์ กล่าว