BAM มองโจทย์ใหญ่ตลาดที่อยู่อาศัย ชูโมเดล “เช่าก่อนซื้อ” ควบคู่ “การผ่อนตรง” เพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย พร้อมนำทรัพย์ NPA กลับมาสร้างมูลค่าและหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เพื่อคนไทยที่มีความต้องการซื้อบ้าน แต่ต้องเผชิญข้อจำกัดทั้งรายจ่ายสูง รายได้และกำลังซื้อที่ชะลอตัว ราคาที่อยู่อาศัยปรับสูงขึ้น รวมถึงความกังวลเรื่องกู้ไม่ผ่านและการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน แม้ความต้องการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน หรือ Real Demand จะยังคงมีอยู่ แต่กำลังซื้อที่อ่อนตัวจากภาวะเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนของรายได้ ภาระค่าครองชีพ รวมถึงความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยต้องชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านออกไปโดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาประมาณ 2–5 ล้านบาท  

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า “คนไทยไม่ได้หมดความต้องการมีบ้าน แต่ข้อจำกัดทางการเงินทำให้โอกาสในการมีบ้านยากขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ แม้มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง แต่อาจติดข้อจำกัดด้านประวัติทางการเงินหรือเงื่อนไขสินเชื่อของสถาบันการเงิน หนึ่งในแนวทางที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มนำมาใช้ คือ “เช่าก่อนซื้อ” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มต้นจากการเช่าที่อยู่อาศัยก่อน

ขณะเดียวกัน BAM ได้สร้างทางเลือกในการมีบ้าน เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผ่อนชำระค่าซื้อทรัพย์โดยตรงกับ BAM ผ่านโครงการ “ทรัพย์มหาชน ” ซึ่งนำทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุด อาคารพาณิชย์ และที่ดินในทำเลทั่วประเทศ มาเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการมีบ้าน ปัจจุบันมีทรัพย์เข้าร่วมมากกว่า 21,000 รายการ ครอบคลุมความต้องการของผู้ซื้อหลากหลายกลุ่มอาชีพ ซึ่ง BAM มุ่งออกแบบเงื่อนไขการชำระเงินให้มีความยืดหยุ่น  เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่าง “คนที่ต้องการมีบ้าน” กับ “คนที่กู้ซื้อบ้านได้” และทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีอยู่จริงสามารถเกิดขึ้นได้ในทางปฏิบัติมากขึ้น

“ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังมี Supply อยู่ในตลาดจำนวนมาก ขณะที่กำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อมีข้อจำกัด ดังนั้น การแก้โจทย์จึงไม่ควรมุ่งเพียงการสร้าง Supply ใหม่ แต่ควรให้ความสำคัญกับการนำทรัพย์ที่มีอยู่แล้วกลับมาบริหารจัดการ ปรับปรุง และส่งต่อให้กับผู้ที่มีความต้องการใช้งานจริงในราคาที่เหมาะสม เราเชื่อว่าคนไทยยังอยากมีบ้าน เพียงแต่เราต้องสร้างทางเลือกที่ทำให้เขาไปถึงบ้านหลังนั้นได้ง่ายขึ้น” ดร.รักษ์ กล่าว