CPANEL ชี้ครึ่งปีหลัง 67 ตลาดอสังหาฯ ทรุดต่อเนื่อง อัตราการปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง กระทบธุรกิจแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป เดินหมากปรับกลยุทธ์รับมือทุกสถานการณ์ ขยายฐานลูกค้างานภาครัฐเพิ่มตั้งเป้าหมายขยับสัดส่วนงานภาครัฐ 40% เอกชน 60% เพื่อลดความผันผวน เผย Backlog แตะ 1,418 ล้านบาท หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) (CPANEL) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete) ด้วยระบบอัตโนมัติ ที่ใช้สำหรับงานก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 2565 โดยในปี 2567 ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะติดลบทั้งแนวราบและแนวสูง ซึ่งในภาพรวมจะติดลบ 25% ขณะที่อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงครึ่งปีหลัง อยู่ที่ 60-70% จากในครึ่งปีแรกที่มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ 30-40% ทำให้ดีเวลล็อปเปอร์ชะลอการพัฒนาโครงการลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาครัฐเริ่มมีการใช้งบประมาณ ซึ่งหากบริษัทสามารถขยายฐานลูกค้ารับงานโครงการที่อยู่อาศัยของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งแต่ละโครงการมีมูลค่าค่อนข้างสูง บริษัทก็จะสามารถทำรายได้ตามที่ตั้งเป้าเติบโตจากปี 2566 ราว 20% หรืออยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท และหากได้รับงานโครงการที่อยู่อาศัยของหน่วยงานภาครัฐตามที่คาดการณ์ไว้ 200-300 ล้านบาทภายในปีนี้ ก็อาจส่งผลให้รายได้ของบริษัทเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ที่ 500 ล้านบาทได้

“ทิศทางธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายปี 2567 มีสัญญาณการเติบโตของงานกลุ่มโครงการภาครัฐต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนความต้องการที่อยู่อาศัยแนวสูงในเมืองใหญ่และแนวโน้มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนมากขึ้น ผลักดันให้ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น บริษัทฯ จึงปรับกลยุทธ์เพื่อลดความผันผวน กระจายความเสี่ยง และรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าในกลุ่มภาครัฐและงานเอกชนประเภทโครงการแนวสูงมากขึ้น รวมถึงงานอาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนงาน ภาครัฐที่ 40% ภาคเอกชน 60 % จากเดิมที่มีสัดส่วนงานภาครัฐเพียงเล็กน้อย สัดส่วนประมาณ 1% ทั้งนี้ คาดว่าจะมีโอกาสเข้ารับงานกลุ่มงานภาครัฐ และงานใหม่เข้ามาเพิ่ม ในช่วงไตรมาส 4/2567 เป็นต้นไป ราว 200-300 ล้านบาท”

“นอกจากนี้ มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุน ประหยัดพลังงาน และเตรียมความพร้อมด้านกำลังการผลิต รองรับงานโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงและงานโครงการภาครัฐ เปิดโอกาสสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น รักษาปริมาณงานในมือ (Backlog) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ประมาณ 1,418 ล้านบาท” นายชาคริต กล่าว

นายชาคริต ยังกล่าวอีกว่า บริษัทมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่เป้าหมาย Carbon Neutral ในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เหมาะสมกับสิ่งมีชีวิตบนโลก และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดย CPANEL เป็นบริษัทผู้ผลิตแผ่นผนังคอนกรีตสำเร็จรูปรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Carbon Footprint Organization (CFO)

“ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 การก่อสร้างของภาคอสังหาริมทรัพย์และงานโครงการภาคเอกชน ชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แต่บริษัทยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง มีผลการดำเนินงานดีกว่าค่าเฉลี่ยของภาพรวมอุตสาหกรรมการก่อสร้าง บริษัทฯ มั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน CPANEL จะสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในตลาดผนังคอนกรีตสำเร็จรูปของประเทศไทย” นายชาคริต กล่าว