HBA เผยผลวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการเลือกบ้านตาม “สไตล์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว” ควบคู่บริการมืออาชีพแบบครบวงจร ส่งสัญญาณ “สร้างบ้านตอนนี้…คุ้มที่สุด” พร้อมประกาศความพร้อมจัดงานใหญ่ประจำปี “รับสร้างบ้านโฟกัส 2026: สร้างบ้านสะท้อนตัวคุณ” รวมโชว์เคสแบบบ้านทุกสไตล์ กว่า 1,000 แบบ ราคา 1 – 100 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดจอง 3,500 ล้านบาท งานจัดระหว่างวันที่ 18 – 22 มีนาคม 2569 ณ ฮอลล์ 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า แม้ปัจจัยทางเศรษฐกิจจะส่งผลให้มูลค่าตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านของบริษัทสมาชิกในปี 2568 จะอยู่ที่ 9,885 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 18% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีมูลค่า 12,000 ล้านบาท แต่ในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท กลับมีการเติบโตสวนกระแสถึง 16% ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่ “คิดนาน ข้อมูลแน่น” และให้ความสำคัญกับคุณภาพงาน รวมถึงประวัติการทำงานที่ตรวจสอบได้จริง

โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดธุรกิจรับสร้างบ้าน เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในด้าน “พฤติกรรมการเข้าถึงข้อมูล” ของผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใน 2 เรื่องที่สำคัญ

  • The Rise of Deep Information ผู้บริโภคยุคใหม่มีข้อมูลเชิงลึกในมือ สามารถเปรียบเทียบ สเปกวัสดุ ตรวจสอบประวัติบริษัท และอ่านรีวิวได้ง่ายขึ้น ความโปร่งใสจึงกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่
  • Shift to Professionalism ผู้บริโภคหันมาใช้บริการ “บริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคม” มากขึ้นอย่างชัดเจน เพราะต้องการความมั่นใจว่าจะได้งานคุณภาพ ส่งมอบตรงเวลา งบไม่บานปลาย และมีบริการหลังการขายที่ยาวนาน

ทั้งนี้ ไลฟ์สไตล์ ได้เข้ามาเป็น “ปัจจัยกำหนดทิศทางหลัก” (Key Determinant) ในการเลือกแบบบ้าน เพราะปัจจุบันบ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่คือการสะท้อนตัวตน (Identity) และรสนิยมที่ชัดเจน

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ คือ Customization is King โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคระดับ High-end (บ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป) จะให้ความสำคัญกับฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กิจกรรมเฉพาะตัว เช่น พื้นที่สำหรับ Hobby, ห้องสตูดิโอ, หรือพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมต่อกับตัวบ้าน และ Emotional Connection แบบบ้านที่เลือกจึงต้องมีดีไซน์ที่บ่งบอกสถานภาพและสไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ทั้งนี้ เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น โดยล่าสุดอิหร่านได้ปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบมากกว่าร้อยละ 20 ของการขนส่งน้ำมันทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะราคาน้ำมันและต้นทุนโลจิสติกส์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอนันต์กร แสดงความคิดเห็นว่า สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านอาจจะได้รับผลกระทบในเรื่องของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นใน 3 ด้านด้วยกัน ได้แก่

  1. วัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะวัสดุที่เกี่ยวกับพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า เช่น เหล็ก ปูน ซึ่งมีการนำเข้าและมีต้นทุนค่าขนส่ง แต่ตอนนี้ยังประเมินไม่ได้ว่าจะขึ้นราคามากน้อยเพียงใด
  2. ค่าแรง เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ก็จะส่งผลให้ค่าแรงงานสูงขึ้นตามไปด้วย
  3. ค่าขนส่ง ธุรกิจรับสร้างบ้านมีการขนส่งอยู่ตลอดเวลา หากราคาน้ำมันขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

นายปริญญา ธนินถิรากุล อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า  สำหรับเทรนด์รับสร้างบ้านที่ต้องจับตามองในปี 2569 ตลาดจะมุ่งไปที่ “Trust & Value over Price” คือผู้บริโภคยอมรับราคาที่สูงขึ้นได้ หากมั่นใจในคุณภาพและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ช่วยประหยัดพลังงานหรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทที่ไม่มีผลงานโดดเด่น หรือขาดความน่าเชื่อถือทางดิจิทัลจะอยู่รอดได้ยากขึ้น

นายปริญญาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้านตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่คุ้มที่สุด ก่อนที่ปัจจัยด้านต้นทุนและราคาวัสดุจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยคาดว่าในไตรมาส 3 ของปีนี้ วัสดุก่อสร้างประเภทโลหะ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม สายไฟ จะปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคารับสร้างบ้านในช่วงปลายปีปรับขึ้นอีกประมาณ 10-15% ซึ่งในช่วงประมาณ 8 เดือนต่อจากนี้ แม้ต้นทุนด้านต่างๆ จะสูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการจะไม่ผลักภาระไปยังผู้บริโภค แต่จะแบกรับความเสี่ยงในเรื่องนี้เอาไว้เองก่อน ดังนั้นงาน “รับสร้างบ้านโฟกัส 2026: สร้างบ้านสะท้อนตัวตน” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 22 มีนาคม 2569 ณ ฮอลล์ 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จึงเป็นช่วงที่ดีที่ผู้ตัดสินใจจองปลูกสร้างบ้านจะได้บ้านในราคาต้นทุนเดิม

สำหรับงาน “รับสร้างบ้านโฟกัส 2026: สร้างบ้านสะท้อนตัวตน” จะมีบริษัทรับสร้างบ้านร่วมออกบูธเกือบ 30 บริษัท รวบรวมแบบบ้านมากที่สุดกว่า 1,000 แบบมาไว้ในที่เดียว ในราคาตั้งแต่ 1 – 100 ล้านบาท รวมทั้งสถาบันการเงินชั้นนำ ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ นอกจากนี้ภายในงานยังมีโปรโมชันส่วนลดจองปลูกสร้าง 10,000 บาท และทองคำแท่งมูลค่ารวมกว่า 350,000 บาท และไฮไลต์สำคัญที่ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าชมงานในทุกปี คือโปรโมชันลุ้นรับทองคำมูลค่ารวมเกือบ 4 แสนบาท โดยการจัดงานครั้งนี้ สมาคมตั้งเป้ายอดจองรวมไว้ที่ 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็นเป้ายอดจองในงาน 2,500 ล้านบาท และหลังงาน 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าชมงานกว่า 10,000 คน ตลอด 5 วันของการจัดงาน