ตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯ เริ่มเห็นแนวโน้มการกระจายตัวของอุปสงค์มากขึ้น โดยพื้นที่นอกศูนย์กลางธุรกิจ (Non-CBD) กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในช่วงล่าสุด จากการที่ผู้เช่ามองหาทางเลือกที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น

ในไตรมาส 1 ปี 2569 พื้นที่นอก CBD มีการดูดซับสุทธิสูงกว่าพื้นที่ CBD อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในทำเลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดจากการย้ายออกจาก CBD โดยตรง แต่เป็นผลจากการยกระดับคุณภาพอาคารในพื้นที่นอก CBD

ในช่วงที่ผ่านมา มีการพัฒนาอาคารสำนักงานเกรด A ในทำเลนอก CBD เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้เช่าสามารถเข้าถึงอาคารที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับใน CBD ได้ในระดับค่าเช่าที่แข่งขันได้มากกว่า ปัจจัยนี้มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดผู้เช่าและเปลี่ยนรูปแบบการเลือกทำเลขององค์กร

นอกจากนี้ ผู้เช่ายังให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเดินทางของพนักงานมากขึ้น โดยมีการนำข้อมูลการเดินทางมาวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งในหลายกรณีพบว่าพื้นที่นอก CBD สามารถตอบโจทย์ด้านการเข้าถึงได้ดีกว่า และช่วยลดผลกระทบต่อพนักงาน

ผลจากปัจจัยดังกล่าวทำให้พื้นที่นอก CBD มีการเติบโตของอัตราการเช่าที่โดดเด่น ขณะที่ค่าเช่ายังคงมีเสถียรภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับพื้นที่ CBD ที่เริ่มเห็นแรงกดดันด้านราคา

แม้ CBD ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางธุรกิจหลักของกรุงเทพฯ แต่ความแตกต่างระหว่างพื้นที่ CBD และนอก CBD กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่คุณภาพอาคารในทำเลรองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ในระยะข้างหน้า แนวโน้มการกระจายตัวของอุปสงค์คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป โดยมีอุปทานใหม่ในทำเลนอก CBD เข้ามาเสริม และช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เช่าในตลาด

นายปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ หุ้นส่วนและกรรมการบริหารหัวหน้าส่วนพื้นที่สำนักงาน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การกระจายตัวของทำเล แต่เป็นการกระจายตัวของ ‘คุณภาพอาคาร’ ซึ่งกำลังเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันของตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯ ผู้เช่ามีทางเลือกมากขึ้นในการเข้าถึงอาคารมาตรฐานสูงโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ใน CBD เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านการเดินทางและความสะดวกของพนักงานก็มีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทำเล”