บมจ. วิลล่า คุณาลัย (KUN) โชว์ศักยภาพโตสวนกระแสวิกฤตอสังหาฯ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจ K-Shaped ครึ่งแรกปี 2569 โกยรายได้ 278 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% (YoY) รับอานิสงส์ดีมานด์บ้านเดี่ยวระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไปขยายตัว ตอกย้ำ Real Demand กำลังซื้อสูง งัดศักยภาพความแกร่งด้านบริหารจัดการการเงิน ดันหนี้สินระยะยาวลดลง 48% D/E Ratio ลดเหลือ 2.24 เท่า สะท้อนสภาพคล่องและโครงสร้างทุนที่สตรองขึ้น พร้อมลุยยึดทำเล 4 ทิศรอบกรุง รุกเจาะเมกะเทรนด์ Longevity Living ปั้น New S-Curve หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายคุณา เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีแรก 2569 ฟื้นตัวแบบ K-Shaped ซึ่งเป็นการฟื้นตัวแบบไร้สมดุล ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงปรับกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างระมัดระวังและรัดกุม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และกลุ่มลูกค้าเซกเมนต์ที่มีศักยภาพทางการเงินสูง เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและลดผลกระทบจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ และจากปัจจัยดังกล่าวสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงความสามารถการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน สอดรับกับแผนต่อยอดธุรกิจในอนาคต 

ซึ่งปัจจัยดังกล่าวสะท้อนถึงผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี2569 ที่บริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 278.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.98 ล้านบาท หรือ 39.58% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ด้วยแรงหนุนจากการเร่งยอดโอนกรรมสิทธิ์ในกลุ่มโครงการบ้านเดี่ยวและแนวราบระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยเฉพาะ 2 โครงการ ซึ่งเป็น Flagship อย่าง โครงการนาวาร่า พระราม 2 และ โครงการนาวาร่า รังสิต ภายใต้กลยุทธ์การขายที่มุ่งเน้นสินค้ากลุ่มบ้านเดี่ยวที่มีอัตรากำไร (Margin) สูง ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและการควบคุมงบประมาณงานพัฒนาโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์เท่ากับ 66.94 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 27.15 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 68.23 % จาก 39.79 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 10.92 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการบริหาร อย่างมีศักยภาพ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 67.31% เหลือเพียง 2.20 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังมีกระแสเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นถึง 52.73% ในขณะที่หนี้สินรวมปรับตัวลดลง 2.23% เหลือ 1,935.96 ล้านบาท โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่ลดลงจาก 405.16 ล้านบาท เหลือเพียง 207.58 ล้านบาท ลดลง  48.77% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.24 เท่า สะท้อนถึงศักยภาพความพร้อมและเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทที่แข็งแกร่ง 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KUN ยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง 2569 ว่า แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมยังเผชิญปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนระดับสูง และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ KUN ยังคงมองเห็นโอกาสเติบโตที่ชัดเจนจากกลุ่ม Real Demand ซึ่งเป็นดีมานด์แท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มองหาบ้านเดี่ยวเน้นพื้นที่ใช้สอยกว้าง  ในทำเลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ซึ่ง KUN มีความได้เปรียบเชิงแข่งขัน ด้วยยุทธศาสตร์ปักหมุดแนวราบ เน้นสร้างเมืองที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ (Township Development) ในทำเลศักยภาพกรุงเทพ-ปริมณฑล รองรับการขยายตัวของเมืองที่มีการพัฒนาในระดับที่โดดเด่น เช่น บางใหญ่ รังสิต และสินค้าบ้านที่ให้ที่ดินและพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่มากกว่าคู่แข่ง ตอบโจทย์ Real demand ได้ตรงจุด ควบคู่ไปกับการเร่งสร้าง New S-Curve ใหม่ ผ่านการรุกธุรกิจเพื่อสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุ และการพัฒนาโครงการ Longevity Living ให้เป็นโครงการที่มีระบบนิเวศแห่งสุขภาพที่ยั่งยืน  ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง New S-Curve ของรายได้ใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว