ORN ประเมินผลงานครึ่งปีหลัง 2569 เติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก จากแรงหนุนการทยอยโอนโครงการพร้อมอยู่และการเปิดโครงการใหม่ มั่นใจรายได้ทั้งปีเติบโตตามเป้า 20% หลังมียอดขายสะสมใกล้แตะ 80% ของเป้าหมาย และมียอดขายรอโอน (Backlog) สูงถึง 4,261 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายธุรกิจสร้างรายได้ประจำ ทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ โรงเรียนนานาชาติ และธุรกิจบ้านมือสอง เสริมฐานรายได้ระยะยาว พร้อมประเมินตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มฟื้นตัว แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตโดดเด่นกว่าช่วงครึ่งปีแรก จากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการสำคัญ ได้แก่ HABITAT MAHIDOL, ARISE VIBE PHUKET และ ARISE HILL ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะลูกค้าจากพม่า จีน และรัสเซีย ที่มีกำลังซื้อสูง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแบรนด์อรสิริน
ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,158 ล้านบาท ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 3 โครงการ ได้แก่ เดอะ เน็กซ์ เจ็ดยอด 4, THE ASTRA SAMUI และ ARISE BUSINESS PARK รวมถึงโครงการแนวราบ บีลีฟ วงแหวน–สันกำแพง 2 เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มเรียลดีมานด์ และสร้างการเติบโตของยอดขายในระยะต่อไป
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรก บริษัทมียอดขายสุทธิ (Net Presale) 2,207 ล้านบาท ขณะที่มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม 4,261 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 32% และแนวสูง 68% ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายทั้งปีไว้ที่ 2,754 ล้านบาท และปัจจุบันทำยอดขายได้แล้วเกือบ 80% ของเป้าหมาย ส่งผลให้มั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามหรือสูงกว่าเป้าที่วางไว้
ด้านนายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORN กล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่าแม้ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในไตรมาส 1 ปี 2569 จะเริ่มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำมากในช่วงที่ผ่านมา จึงยังไม่อาจสรุปว่าตลาดกลับสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ปริมาณการโอนยังต่ำกว่าราว 20% สะท้อนว่าการฟื้นตัวยังเปราะบางและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นายอรรคเดชมองว่า ความท้าทายหลักของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงมาจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง กำลังซื้อที่อ่อนแอ ต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อบางกลุ่มสูงถึง 40-70% ขณะที่การแข่งขันของผู้ประกอบการทวีความรุนแรงขึ้นจากการปรับลดราคาขายเพื่อเร่งระบายสต๊อก ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลงเหลือประมาณ 28% จากเดิมที่เคยอยู่ระดับ 35-37%
อย่างไรก็ตาม ORN ยังเชื่อว่าตลาดมีปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยว มาตรการสนับสนุนของภาครัฐ การขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติ และนโยบายส่งเสริมการพำนักระยะยาวของชาวต่างชาติ ซึ่งจะช่วยผลักดันความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะเชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย ซึ่งบริษัทได้เข้าไปพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์นั้น นายอรรคเดชมองว่ายังมีศักยภาพเติบโตจากแรงหนุนของภาคการท่องเที่ยว การเข้ามาของชาวต่างชาติ นักลงทุน กลุ่มผู้พำนักระยะยาว (Long Stay) และครอบครัวนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญของบริษัท โดยเฉพาะเชียงใหม่ที่ยังได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในเมืองน่าอยู่อันดับต้นของโลก ส่งผลดีต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในระยะยาว
บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาโครงการภายใต้มาตรฐานอาคารประหยัดพลังงาน EDGE Champion ซึ่ง ORN เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของภาคเหนือที่ได้รับการรับรอง พร้อมใช้สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) เพื่อบริหารต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำผ่านธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ THE BACKYARD ซึ่งปัจจุบันมีผู้เช่าแล้วกว่า 81% รวมถึงเตรียมขยายธุรกิจบริหารทรัพย์มือสอง และโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand ที่มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 176 คน คาดว่าจะสร้างรายได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อปีในอนาคต





