พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์โชว์ผลงานปี 68 แข็งแกร่ง รายได้ 1,225 ล้านบาท โต 67.6% กำไร EBIT โต 196% อัตราการเช่าสูงทำสถิตินิวไฮ 96% ต่อสัญญาลูกค้าเดิม 98% สะท้อนดีมานด์แข็งแกร่งจากการย้ายฐานผลิต E-Commerce และการนำเข้า-ส่งออก ตั้งเป้าปี 69 รักษาอัตราการเช่ามากกว่า 90% พร้อมปิดดีลเช่าใหม่ 150,000 ตารางเมตร เตรียมเร่งเครื่องนิคมอุตสาหกรรมบางปะกง จ.ชลบุรี รับคลื่นการลงทุนระลอกใหม่ในพื้นที่ EEC ลุยพัฒนาคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าทำเลเดิมเพิ่ม 3 โครงการ งบลงทุนรวม 1,500 ล้านบาท แย้มเตรียมนำ BFTZ 4 เข้ากอง PROSPECT REIT มูลค่าไม่เกิน 5,040 ล้านบาท พร้อมขยายพอร์ตพื้นที่เช่าแตะ 2 ล้านตารางเมตรในอนาคต
นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ PD ในเครือ บมจ.มั่นคงเคหะการ เปิดเผยว่า PD เริ่มต้นจากธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า และประสบผลสำเร็จมากว่า 15 ปี โดยปัจจุบันมีคลังสินค้าและโรงงานให้เช่ารวม 10 โครงการ พื้นที่เช่ารวมกว่า 1 ล้านตารางเมตร กระจายอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ บางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ รอยต่อ EEC จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเป็นพื้นที่ Free Zone หรือเขตปลอดภาษี 460,000 ตารางเมตร ขณะที่มุ่งหน้าขยายธุรกิจสู่เป้าหมายมีพื้นที่เช่ารวม 2 ล้านตารางเมตรในอนาคต
นางสาวรัชนี ยังได้เผยถึงผลการดำเนินของ PD ในปี 2568 ที่ผ่านมาอีกว่า “ปี 2568 ถือเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของ PD ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน บริษัทยังคงรักษาการเติบโตต่อเนื่องผ่าน Core Revenue Driver ที่สำคัญในกลุ่มคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า ซึ่งสร้างรายได้ประจำอย่างมั่นคง ส่งผลให้ปี 2568 บริษัท มีรายได้รวม 1,225 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนถึง 67.6% พร้อมรักษากำไรได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไร EBIT ก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีอยู่ที่ 658.6 ล้านบาท เติบโต 196%”
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าของ PD มีอัตราการเช่า (Occupancy Rate) รวมทุกโครงการ ทำสถิตินิวไฮอยู่ที่ 96% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า มีผู้เช่าอยู่ในเขต Free Zone 48% ภาพรวมทุกโครงการมีการใช้งานอาคารประเภทโรงงาน 60% นำไปสู่การเช่าระยะยาว ขณะที่อัตราการต่อสัญญาสูงถึง 98% สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าเดิม พร้อมทั้งเซ็นสัญญาผู้เช่าใหม่ประมาณ 150,000 ตารางเมตร ทำให้ต้องเร่งขยายโครงการเพื่อรับดีมานด์ของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเช่าอาคารพร้อมใช้อย่างต่อเนื่อง หลังเห็นสัญญาณการปิดดีลอาคารเร็วขึ้นภายใน 3-6 เดือน จากแรงหนุนด้านการย้ายฐานการผลิต การขยายตัวของ E-Commerce และการนำเข้า-ส่งออก
นางสาวรัชนี กล่าวอีกว่าอุตสาหกรรมหลักที่ลงทุนในไทยยังใกล้เคียงเดิม แต่รูปแบบการลงทุนเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ขนาดโครงการมีแนวโน้มเล็กลง เน้นเชื่อมต่อ Supply Chain ทั้งในไทยและอาเซียน รวมถึงการลงทุนต่อเนื่องตามผู้ผลิตรายใหญ่ ซึ่งแนวโน้มเหล่านี้เป็นตัวแปรหลักผลักดันความต้องการพื้นที่โรงงานให้เช่าและนิคมอุตสาหกรรมในปี 2569
ซึ่งสำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 PD มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตระลอกใหม่อย่างแข็งแกร่งรับกับทุกการเปลี่ยนผ่าน โดยตั้งเป้ารักษาอัตราการเช่าให้คงไว้ที่ระดับมากกว่า 90% และปิดดีลผู้เช่าใหม่เพิ่มเติมประมาณ 150,000 ตารางเมตร โดยวางแนวทางขยายโครงการผ่านโมเดล “Industrial Hub-Driven Growth Model” ปูทางรองรับผู้ประกอบการทุกธุรกิจและทุกสเกลในทำเลยุทธศาสตร์ ด้วยการพัฒนาโครงการ Flagship ทำเลหลัก เช่น โครงการ BFTZ 1 บางนา–ตราด กม.23 และ โครงการ BFTZ 4 บางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่ Free Zone ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อท่าเรือและสนามบิน เอื้อต่อการนำเข้า–ส่งออก ต่อยอดสู่การสร้างคลัสเตอร์ ขยายโครงการในพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมด้วยการยกระดับทั้งคุณภาพโครงการ มาตรฐานการบริการ และ Infrastructure อาทิ ระบบไฟฟ้ากำลังสูง, ระบบสื่อสารความเร็วสูง ดึงดูดผู้ประกอบการใน Supply Chain เดียวกันให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตและเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว
ไฮไลต์สำคัญ คือ ความสำเร็จของโครงการ BFTZ 4 บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โครงการ Flagship Free Zone แห่งที่ 2 ของ PD ที่ขยายจากทำเลแกร่งเดิมในโซน สมุทรปราการ โครงการ BFTZ 4 ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม. 53 บนผังเมืองสีม่วง พื้นที่รวมทั้งโครงการประมาณ 190,000 ตารางเมตร โดยเกือบ 80% เป็นพื้นที่ Free Zone ซึ่งปัจจุบันพัฒนาแล้วเสร็จทั้งโครงการและมียอดเช่าพื้นที่กว่า 90% จากกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต เกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยี
ขณะที่ New Growth Drive อย่างนิคมอุตสาหกรรมบางปะกง พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ในเขตยุทธศาสตร์ EEC ที่ได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุด ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นที่เรียบร้อย และอยู่ระหว่างพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวมทั้งโครงการประมาณ 8,500 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ในระหว่างเจรจากับนักลงทุนหลายราย รวมถึงมีแผนเดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนจากไต้หวัน ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ เตรียมเปิดบริการเต็มรูปแบบและคาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาในปี 2570 เป็นต้นไป
ด้านโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า PD วางแผนเดินหน้าขยายอาณาจักรในทำเลใกล้เคียงกับโครงการเดิมอีก 3 โครงการ ด้วยมูลค่าลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายโครงการให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ประกอบการ ได้แก่
- โครงการ BFTZ 8 เทพารักษ์ พื้นที่เช่ารวม 27,000 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569
- โครงการ BFTZ 9 บางนา-ตราด กม.20 พื้นที่เช่าประมาณ 42,000 ตารางเมตร โครงการ Built-to-Suit สร้างตามความต้องการ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้า
- โครงการ BFTZ 10 วังน้อย พื้นที่เช่าประมาณ 50,000 ตารางเมตร
โดยในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ คาดว่าจะนำทรัพย์สินโครงการ BFTZ 4 บางปะกง เข้ากองทรัสต์ PROSPECT REIT มูลค่ารวมไม่เกิน 5,040 ล้านบาท พื้นที่ให้เช่ารวมประมาณ 187,949 ตารางเมตร ซึ่ง PD จะยังคงบทบาทสำคัญในการเป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สิน เพื่อดูแลและบริหารผู้เช่าอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม
“เรามองเห็นโอกาสจากแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย และการก่อตัวของคลื่นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น EV, พลังงานสะอาด, Data Center, Robotics และเทคโนโลยีดิจิทัล PD ในฐานะเรือธงของกลุ่มมั่นคงเคหะการ จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้เช่าพื้นที่ แต่เราพร้อมเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนทุกการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและการบริการที่ครบวงจร พลิกโฉมพื้นที่ Free Zone ด้วยการขับเคลื่อนความคล่องตัวในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) เพื่อร่วมผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค” นางสาวรัชนี กล่าวทิ้งท้าย





