บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI ผู้นำด้าน Property & Living Services Ecosystem เดินหน้ากลยุทธ์ “Transformation to Execution: Building Resilient Growth” เร่งเปลี่ยนผ่านจากการวางรากฐานองค์กรสู่การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งสร้าง Quality Growth ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของฐานรายได้ การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การยกระดับ Operational Excellence และการขยายฐานลูกค้าภายนอก พร้อมสร้าง New Growth Platforms เพื่อวางรากฐานการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว

นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 (เม.ย.–มิ.ย. 2569) PRI มีรายได้รวม 363 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 33 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 689 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 64 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญความท้าทาย บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางธุรกิจและแหล่งรายได้ใหม่ เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะต่อไป

ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแผน Transformation ไปสู่ Execution อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ มากกว่าการมองเฉพาะการเติบโตของรายได้ โดยเป้าหมายของ PRI คือการสร้าง Quality Growth ทั้งในมิติของคุณภาพรายได้ ประสิทธิภาพต้นทุน คุณภาพการให้บริการ และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากฐานลูกค้าภายนอก ยกระดับองค์กรให้มีความแข็งแกร่ง สามารถปรับตัวและเติบโตได้ในทุกสภาวะตลาด พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 บริษัทวางกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

1.Strengthening Financial Foundation เสริมความแข็งแกร่งของฐานรายได้ ควบคู่การบริหารต้นทุน

PRI มุ่งขยายโอกาสทางธุรกิจใน Premium Segment โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยระดับ High-end รวมถึงธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และ Facilities Management พร้อมเดินหน้า Elite Agent Program เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้า Cost Optimization Plan ผ่านการควบคุมค่าใช้จ่าย การสร้าง Synergy ระหว่างหน่วยงาน และการปรับโครงสร้างต้นทุนให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน

2.Operational Excellence ยกระดับ People–Digital–Service Quality

PRI เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่าน Primo Academy ทั้งการพัฒนาทักษะตามสายงาน การพัฒนาผู้นำ และการสร้างระบบการเรียนรู้ในระดับองค์กร ควบคู่กับการเร่ง Digital Transformation ผ่านการยกระดับระบบ Primo Plus การนำ Data-driven Performance Management และ AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดระยะเวลาในการดำเนินงาน ด้าน Customer Experience บริษัทมุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าผลักดันคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า หรือ CSAT ให้สูงกว่า 90%

3.Market Expansion & New Growth Platforms ขยายฐานลูกค้าภายนอก พร้อมสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่

PRI ให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจจาก External Clients ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งด้าน Business Development การทำตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย และการกระจายพอร์ตธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสจากตลาดและกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยปัจจุบันบริษัทมี Pipeline โครงการจากลูกค้าภายนอกในหลายระยะของการพัฒนาโครงการ

พร้อมกันนี้ บริษัทเดินหน้าสร้าง New Growth Platforms ผ่าน Strategic M&A และ Strategic Partnerships เพื่อเปิดโอกาสการเติบโตในรูปแบบ Inorganic Growth สร้าง Synergy ด้านต้นทุน ขยาย Property & Living Services Ecosystem ต่อยอด Value-Added Services และเพิ่มโอกาสในการ Cross-selling ระหว่างธุรกิจ

“ครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงสำคัญของการเปลี่ยน Transformation สู่ Execution เราจะเร่งทั้งการสร้างรายได้ใหม่ การบริหารต้นทุน การยกระดับคุณภาพการให้บริการ การนำ Technology และ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพ ตลอดจนการขยายฐานลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ” นางสุพินท์กล่าว

หัวใจของ Building Resilient Growth คือการทำให้ PRI ไม่ได้เติบโตจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเชื่อมโยงศักยภาพของบริการต่างๆ ภายใน Property & Living Services Ecosystem เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า และต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว