PROUD ชี้แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ไทยปี 69 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรียังคงแข็งแกร่ง จากแรงหนุนกลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพทางการเงินสูงและซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ส่งผลให้โครงการในทำเลศักยภาพยังสร้างยอดขายได้ต่อเนื่อง โชว์ “รมย์ คอนแวนต์” คอนโดฯ ลักชัวรี Freehold พร้อมอยู่ย่านสาทร-สีลม ภายใต้แนวคิด Luxury Wellness Residences กระแสแรง โกยยอดขายแล้วกว่า 90% พร้อมเปิดรับดีมานด์โค้งสุดท้าย 10 ยูนิตเอ็กซ์คลูซีฟ เริ่มต้น 21.9 ล้านบาท

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันแม้ภาพรวมตลาดจะชะลอตัว แต่โครงการที่อยู่ในทำเลที่โดดเด่น มีแนวคิดชัดเจน และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อได้ตรงจุด ยังคงได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงซึ่งยังเป็นกำลังซื้อสำคัญของตลาดระดับบน

ทั้งนี้ หนึ่งในทำเลที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องคือ “สีลม–สาทร” ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ดั้งเดิมของกรุงเทพมหานคร และกำลังกลับมาโดดเด่นอีกครั้งจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงานเกรดเอ โรงแรมระดับลักชัวรี รวมถึงการเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวของสวนลุมพินี

ข้อมูลจาก CBRE ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ซัพพลายคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านสาทร–สีลมมีจำนวนจำกัดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากที่ดินพัฒนาโครงการใหม่เหลือน้อยลง ขณะที่อัตราการดูดซับยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยในพื้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 24.7% ด้านดีมานด์ยังคงแข็งแกร่งจากทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหาร นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรข้ามชาติที่ต้องการที่อยู่อาศัยในย่านศูนย์กลางธุรกิจ ส่งผลให้ตลาดเช่าในพื้นที่ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จากแนวโน้มดังกล่าว PROUD ได้เปิดตัว “รมย์ คอนแวนต์” (ROMM Convent) คอนโดมิเนียม Freehold มูลค่า 4,150 ล้านบาท บนทำเลใจกลางสีลม–สาทร ภายใต้แนวคิด “Redefined Luxury Wellness Living” หรือการยกระดับการอยู่อาศัยลักชัวรีผ่านการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม

โครงการพัฒนาบนพื้นที่ 1-2-40.7 ไร่ เป็นอาคารสูง 32 ชั้น จำนวน 175 ยูนิต พร้อมพื้นที่ส่วนกลางด้าน Wellness กว่า 2,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 5 ชั้นและ Rooftop รวมสิ่งอำนวยความสะดวกกว่า 23 รายการ อาทิ Aquasymphony Luxury Experience Shower, Family Onsen, Sensory Garden, Wellness Lounge และฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์จาก Technogym

นางสาวพราวพุธ เผยว่า อีกจุดเด่นสำคัญของ “รมย์ คอนแวนต์” คือการผสานบริการสุขภาพเข้ากับการอยู่อาศัยผ่านความร่วมมือกับโรงพยาบาล BNH, BeDee by BDMS และ Prompt Solution Management โดยมี Health Butler ผู้ช่วยดูแลสุขภาพประจำโครงการ ทำหน้าที่ประสานงานด้านสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล พร้อมบริการ Family Doctor และระบบดูแลฉุกเฉินที่สามารถเข้าถึงทีมแพทย์ได้ภายใน 5 นาที

นอกจากนี้ โครงการยังได้รับการรับรองมาตรฐาน Fitwel Certification จากสหรัฐอเมริกา และได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรายการ รวมถึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Global Wellness Institute Directory ซึ่งรวบรวมโครงการเวลเนสชั้นนำของโลก

“ปัจจุบัน Wellness Living ได้เปลี่ยนจากเทรนด์มาเป็นความต้องการพื้นฐาน โดยผลสำรวจจาก Terra Research พบว่าผู้บริโภคกว่า 90% สนใจซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้นหากเน้นเรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิต ซึ่ง “รมย์ คอนแวนต์” สามารถตอบโจทย์อินไซต์นี้ได้อย่างตรงจุด ด้วยการเป็นโครงการหนึ่งเดียวที่เชื่อมโยงการออกแบบและบริการสุขภาพเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบเพื่อผู้อยู่อาศัยทุกเจเนอเรชัน” นางสาวพราวพุธ กล่าว

สำหรับโครงการ “รมย์ คอนแวนต์” เปิดตัวในปี 2566 ปัจจุบันสร้างเสร็จพร้อมอยู่ 100% มียอดขายแล้วกว่า 90% โดยมีสัดส่วนลูกค้าชาวไทย 70% และต่างชาติ 30% ขณะที่ผู้ซื้อประมาณ 40% เป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและชำระเงินสด สะท้อนถึงกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ยังแข็งแกร่ง และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบันมีการโอนแล้วกว่า 30 ยูนิต หรือประมาณ 20% ของจำนวนยูนิตทั้งหมดที่พร้อมโอน และมีอัตราการปล่อยเช่าเกิดขึ้นทันที โดยบางยูนิตสามารถหาผู้เช่าได้ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังโอนกรรมสิทธิ์

นางสาวพราวพุธ ยังกล่าวถึงแผนธุรกิจของ PROUD ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 อีกว่าบริษัทคาดว่าจะมีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องจากการทยอยรับรู้รายได้ของโครงการ “รมย์ คอนแวนต์” และโครงการอื่นในพอร์ต โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ประมาณ 5,300 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ราว 70-80% ภายในปีนี้

ในด้านการลงทุน บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อที่ดินเพิ่มเติม ด้วยงบซื้อที่ดินมูลค่า 2,500-3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต โดยยังคงมุ่งเน้นทำเลศักยภาพสูงในกรุงเทพฯ หัวหิน และภูเก็ต ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทนอกจากนี้ PROUD ยังเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่บนที่ดินขนาดประมาณ 7 ไร่ ที่หัวหิน มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดโครงการ และคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงปลายปีนี้

“เรายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดลักชัวรี โดยเฉพาะในทำเล CBD ที่มีข้อจำกัดด้านที่ดินและมีดีมานด์คุณภาพรองรับอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด Wellness Living จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างและต่อยอดการเติบโตของบริษัทในระยะยาว” นางสาวพราวพุธ กล่าวทิ้งท้าย