SC กางแผนฝ่าความท้าทายของตลาดอสังหาฯ ปี 69 ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ปรับภาพลักษณ์แบรนด์สู่การเป็น “มากกว่าที่อยู่อาศัย” เดินหน้ากลยุทธ์สร้างสมดุลพอร์ตธุรกิจผ่าน 3 กลุ่มเครื่องยนต์ธุรกิจ กระจายแหล่งรายได้ เพิ่ม Recurring Income และสร้าง New S-Curve แห่งอนาคต ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ที่ 25,500 ล้านบาท พร้อมวางเป้าดันกำไร New High ภายในปี 2573

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ปี 2569 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่สำหรับ SC เป็นปีที่บริษัทตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ส่งผลให้ SC ปรับตัวล่วงหน้าตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร จัดระเบียบทางการเงิน เพิ่มพันธมิตรร่วมลงทุน ตลอดจนการริเริ่มในธุรกิจใหม่ๆ ตามยุทธศาสตร์กระจายความเสี่ยง โดยทยอยปรับโครงสร้างธุรกิจสู่พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุม 3 กลุ่มเครื่องยนต์ธุรกิจ (Engine) ได้แก่ Engine 1 อสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย, Engine 2 อสังหาฯ รายได้ประจำ และ Engine 3 ธุรกิจใหม่ เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น

นายณัฐพงศ์ กล่าวอีกว่า ในปี 2569 SC มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 28,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่ารวม 25,500 ล้านบาท ขณะที่ตั้งเป้ารายได้รวมที่ 25,500 ล้านบาท หรือเติบโต 21% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (IBD/E) จะลดลงเหลือต่ำกว่า 1.2 และเตรียมงบลงทุนสำหรับปีนี้ 8,000 ล้านบาท สำหรับการขับเคลื่อนทุกเครื่องยนต์ธุรกิจ ซึ่งได้แก่

>Engine 1 อสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย ตั้งเป้ายอดขายที่ 27,000 ล้านบาท โตจากปี 2568 ราว 33% และเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 23,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2568 มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) อยู่ที่กว่า 18,500 ล้านบาท ซึ่งประมาณ 40% จะทยอยรับรู้ในปี 2569 ซึ่งสำหรับโครงการแนวราบ จะนำร่องพลิกโฉมบ้านเดี่ยว 8 ซีรีส์ใหม่ 17 โครงการ ด้วยคอนเซ็ปต์บ้านที่เข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง ส่วนโครงการคอนโดมิเนียม เตรียมเปิดตัว Branded Residence ระดับอัลตร้าลักชัวรี แบรนด์ใหม่ ในราคาสูงสุดเท่าที่บริษัทเคยพัฒนามา และโครงการริมแม่น้ำ ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยพัฒนามา โดยจะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังทั้งสองโครงการ พร้อมเปิดตัวโมเดล “GenSCription” (Living Subscription Program by SC) “เช่าแทนซื้อ” ตอบรับเทรนด์คนรุ่นใหม่ เพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยและความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัย โดยมีทางเลือกให้ 3 ทาง ได้แก่ “เช่าเผื่อซื้อ”, “เช่าเผื่อย้าย” และ “เช่ายาวๆ” โดยจะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังเช่นกัน

>Engine 2 อสังหาฯ รายได้ประจำ ดำเนินงานครอบคลุมทั้งโรงแรม ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 1,215 ห้อง, คลังสินค้า ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 200,000 ตร.ม., อาคารสำนักงาน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 120,000 ตร.ม. และอพาร์ตเมนต์ให้เช่าใน U.S.  ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 74 ห้อง โดยในปีนี้จะขยายธุรกิจโรงแรมเพิ่มอีก 450 ห้อง ในแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล เช่น พัทยาและภูเก็ต และจะพัฒนาคลังสินค้าโซนบางนา-EEC เพิ่มอีก 170,000 ตร.ม. พร้อมลงทุนธุรกิจใหม่พลังงานทางเลือก รองรับการเติบโตของ Data Center ภายใต้บริษัท SCX 360 ทั้งนี้ SC ตั้งเป้ารายได้รวมจาก Engine 2 โตราว 70% ที่ 2,000 ล้านบาท จาก 1,200 ล้านบาท ในปี 2568

>Engine 3 ธุรกิจใหม่ เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ครอบคลุมธุรกิจบริการหลังการขาย, ดิจิทัล แพลตฟอร์ม และสุขภาพ โดยปีนี้จะขยายธุรกิจบริการหลังการขายจาก 150 โครงการ เป็น 260 โครงการ พร้อมเปิด LINTON บริการคอนเซียร์จดูแลกลุ่มลูกบ้านระดับอัลตร้า ลักชัวรี โดยตั้งเป้ารายได้จาก Engine 3 ในปีนี้ ที่ 400 ล้านบาท โตจากปี 2568 ราว 60% พร้อมเตรียมงบลงทุน 3 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจกลุ่มนี้

นายณัฐพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า SC ได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Engine 2 และ Engine 3 ให้มากกว่า 30% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ 20% ของกำไรภาพรวมของ SC เพื่อสร้าง New High อีกครั้งภายในปี 2573 ควบคู่กับการผลักดันให้ทุกธุรกิจสร้างคุณค่าให้คนและโลก

นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทได้รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ปรับเปลี่ยนโลโก้และภาพลักษณ์ในรอบ 20 ปี ตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรที่เป็น “มากกว่าที่อยู่อาศัย” มีพอร์ตธุรกิจที่ยืดหยุ่นหลากหลาย เพื่อสื่อสารเข้าถึงกลุ่มผู้คนที่หลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมทั้งลูกค้า พนักงาน คู่ค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนร่วมอื่นๆ

“แบรนด์ก็เหมือนสิ่งมีชีวิต อยู่รอดได้ด้วยวิวัฒนาการ แบรนด์ที่ไม่ปรับตัวจะสูญพันธุ์ในที่สุด SC จึงมีการปรับตัวอย่างสม่ำเสมอ การรีแบรนด์และรีฟอร์มองค์กร คือส่วนหนึ่งของการวิวัฒนาการพอร์ตธุรกิจที่ยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น จะทำให้ SC ไม่เพียงอยู่รอด แต่เติบโตได้ยั่งยืนในธุรกิจอสังหาฯ ที่มีความผันผวนและท้าทายอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งสร้างคุณค่าสู่ผู้คนในวงกว้างได้มากขึ้น” นายณัฐพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย