SCGP โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง หลังธุรกิจในอินโดนีเซียพลิกกลับมาทำกำไร ขณะที่เวียดนามยังเติบโตต่อเนื่อง หนุนรายได้จากการขายแตะ 32,454 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 2,304 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น เดินหน้าขยายการลงทุนธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษในอาเซียน เสริมความแข็งแกร่งด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจร มองแนวโน้มไตรมาส 3 ต้นทุนเริ่มผ่อนคลาย คาดไทยได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐและการเติมสต็อกสินค้า

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในไตรมาส 2 ปี 2569 ฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคในประเทศอาเซียนและการส่งออกที่เพิ่มขึ้น หลังผ่านช่วงวันหยุดในอินโดนีเซียและเวียดนาม รวมถึงเป็นฤดูกาลผลผลิตทางการเกษตร การสะสมสต็อกสินค้าเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของอุปทาน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพของภาครัฐ ตลอดจนกิจกรรมในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2569 ส่งผลให้ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และค่าขนส่งจะปรับสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่บริษัทสามารถบริหารต้นทุนได้ตามแผน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การปรับโครงสร้างการใช้พลังงาน และยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้ธุรกิจในอินโดนีเซียพลิกกลับมาทำกำไร จากยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้นและการปรับราคาตามตลาดในภูมิภาค ขณะที่ธุรกิจในเวียดนามยังได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมร่วมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 32,454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 5,821 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อน ส่วนกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 2,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 47% จากไตรมาสก่อน

คณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินรวม 1,717 ล้านบาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 5 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 สิงหาคม 2569

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2569 SCGP คาดว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเร่งผลิตสินค้าเพื่อรองรับการเติมสต็อกในช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 รองรับทั้งการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะในเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ขณะที่ความต้องการบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยังอยู่ในระดับดี และคาดว่าความผันผวนของราคาน้ำมันจะลดลง แม้ยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด

ด้านแผนลงทุน บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษในอาเซียน โดยอนุมัติเพิ่มกำลังการผลิตกล่องลูกฟูกในภาคใต้ของเวียดนามอีก 26,800 ตันต่อปี ภายในโรงงานเดิมของ Vina Kraft Paper Co., Ltd. (VKPC) ที่นครโฮจิมินห์ ด้วยงบลงทุน 748 ล้านบาท คาดเริ่มเดินเครื่องผลิตในเดือนกันยายน 2570 พร้อมยกระดับการแข่งขันของธุรกิจในอินโดนีเซียผ่านการเพิ่มยอดขายในประเทศ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI, Machine Learning, Deep Learning และหุ่นยนต์ Collaborative Robot (Cobot) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน การควบคุมคุณภาพ และการวิเคราะห์ข้อมูล

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้ง นายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการส่งต่อการบริหารภายหลังการเกษียณอายุของนายวิชาญ จิตร์ภักดี และเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของ SCGP ในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่อง