‘บมจ. วีรันดา รีสอร์ท’ หรือ VRANDA เผยภาพรวมตลาดท่องเที่ยวไทยครึ่งปีหลัง 2569 มีทิศทางสดใส ชูจุดแข็งผู้นำโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก (Leader Domestic-Focused) รับอานิสงส์ปัจจัยบวกแน่น พร้อมรับแรงส่งจากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรูในโครงการ Veranda Villas & Suites Phuket อีก 300-400 ล้านบาท ขณะที่ผลงานครึ่งปีแรก 2569 ทำรายได้รวม 857 ล้านบาท เติบโต 16% และมี EBITDA จากการดำเนินงานปกติ 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% และมีกำไรสุทธิปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 61 ล้านบาท เติบโต 662% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงแรมที่เติบโตโดดเด่น

นายภวัฒก์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ผู้นำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจากปัจจัยบวกที่หลากหลาย อาทิ “กรุงเทพฯ” ที่เตรียมรับอานิสงส์จากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม World Bank ซึ่งจะช่วยกระตุ้นอัตราการเข้าพักโรงแรม รายได้กลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม (F&B) และงานจัดเลี้ยงอย่างมีนัยสำคัญ  “พัทยา” จะได้รับผลบวกจากการจัดเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ในเดือนธันวาคมนี้ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ขณะที่ “เชียงใหม่” ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ดีจากฐานนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และ “หัวหิน” จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ที่แล้วเสร็จ สะท้อนจากโรงแรมในเครือทั้ง 2 แห่งในหัวหินที่มียอดจองเต็ม (Fully Booked) ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจของ VRANDA ในครึ่งปีหลัง เนื่องจากบริษัทฯ มีโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวหลักข้างต้น โดยมีจุดเด่น “ผู้นำโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย” (Leader Domestic-Focused) จากการรับประโยชน์ดังกล่าว

“แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจสร้างความกังวลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวยุโรปบางส่วน แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทฯ เนื่องจากเรากระจายฐานลูกค้า (Diversification) ทั้งในเอเชีย สหรัฐอเมริกาและคนไทย ประกอบกับประเทศไทยยังคงมีภาพลักษณ์เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาในภูมิภาคนี้” นายภวัฒก์ กล่าว

ทั้งนี้บริษัทสามารถลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มตัวแทน (OTA) และหันมามุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนการจองตรง (Direct Booking) โดยการใช้ Loyalty Program การมอบสิทธิประโยชน์เชิงประสบการณ์ และการอัปเกรดระบบจองบนเว็บไซต์ให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการรุกตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) จากจีนผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Xiaohong Shu, WeChat และ Douyin รวมถึงการขยายตลาดสู่กลุ่มยุโรป รัสเซีย และเอเชีย เพื่อช่วยจำกัดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.)  บริษัทฯ มีรายได้รวม 857 ล้านบาท เติบโต 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากการดำเนินงานปกติ (Normalized EBITDA) รวม 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% โดยมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 61 ล้านบาท เติบโต 662% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบันทึกรายการบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด (Non-cash item) จากการรับรู้ผลขาดทุนจากการชำระเงินกู้ก่อนกำหนด (Refinance) จำนวน 56 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการลดต้นทุนทางการเงิน (Finance Cost) อย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องไปอีกหลายปี เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนทางการเงินก่อน Refinance

ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการ Veranda Villas & Suites Phuket พร้อมเริ่มโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรับรู้รายได้ในปีนี้ไว้ที่ 300-400 ล้านบาท ในครึ่งปีหลัง